วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ตะเกียงดวงเก่า

ฉันอาจเป็นเพียงตะเกียงดวงหนึ่ง ที่มีแสงเพียงน้อยนิด อาจจะไม่จำเป็นเลยในบางช่วงบางขณะ ที่พระจันทร์ทอแสงนวลกระจ่าง เธออาจจะทิ้งฉันไว้ข้างทางก้อเป็นได้ หากเธอคิดว่าฉันไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย ฉันจึงเปรียบตะเกียง เป็นดั่ง ตัวฉัน... ส่วนเธอน่ะ เป็น นักเดินทางคนนึง... ส่วนเค้าคนนั้น เป็น พระจันทร์.... นักเดินทางคนหนึ่งกับตะเกียงดวงเก่า ตะเกียงที่ให้แสงสว่างในค่ำคืนที่มืดมิด ตะเกียงที่ให้ความอบอุ่นได้ เมื่อนักเดินทางผู้นั้นต้องการ ในค่ำคืนที่สายลมหนาวได้ผ่านพัดมาอีกครา การเดินทางของนักเดินทางผู้นั้นก้อมี ตะเกียงเป็นเพื่อนคู่ชีพ แสงเพียงน้อยนิดที่พอจะส่องทางได้เป็นระยะๆ ทำให้นักเดินทางผู้นั้นเริ่มไม่พอใจในสิ่งที่ เค้ามีอยู่ เมื่อเค้ามีเพื่อนร่วมทาง เพื่อนร่วมทางก็ได้กล่าวว่า "จะใช้ตะเกียงดวงเก่านี้ไปทำไม ในเมื่อแสงจากพระจันทร์ออกจะสว่างถึงเพียงนี้" นักเดินทางผู้นั้นคิดได้จึงทิ้งตะเกียงผู้น่าสงสารไว้ข้างทาง หลงเชื่อคำกล่าวของเพื่อนร่วมทาง ซึ่งเป็นเพียงแค่คนที่ผ่านมาแล้วก้อผ่านไป ค่ำคืนนั้น เป็นคำคืนที่ยาวนานสำหรับฉัน... ...ตะเกียงผู้ถูกทอดทิ้งไว้ข้างทาง ก้อเค้าไม่สนใจแม้แต่น้อย กลับกัน เธอนักเดินทางที่กำลังหลงระเริง กับแสงจากพระจันทร์ ที่ส่องแสงนวลกระจ่าง มันสวยงาม มันชวนฝัน นักเดินทางผู้นั้นจึงเดินทางไปเรื่อยๆ เพียงลำพัง แค่สัมภาระ ไร้ตะเกียงดวงเก่า! เมื่อความมืดมิดแห่งค่ำคืนได้ผ่านพ้นไป แสงจันทร์ที่เคยกระจ่างยามค่ำคืนก้อเลือนหาย ดวงตะวันได้โผล่ขึ้นมารับอรุณบอกกับทุกคนที่อยู่ใต้ผืนฟ้าว่านี่คือ เช้าวันใหม่ .............. สายลมหนาว ผ่านพัดมาเยือนอีกครา ผ่านพัด เป็นลมหนาวที่เย็นยะเยือก ตะเกียงดวงเก่าที่ถูกทอดทิ้ง บัดนี้ นักเดินทางอีกคนได้ผ่านมาพบจึงเก็บไว้เป็นสมบัติตน ตะเกียงจึงกลับกลายเป็น ของมีค่าอีกครั้ง มันได้ทำหน้าที่เช่นเดิม คือ ให้แสงสว่างและ ความอบอุ่นไปพร้อมๆ กัน เมื่อตะวันลับฟ้าไปแล้วลำแสงสุดท้ายของวันเป็นสีส้มเป็นแสงสว่างสุดท้ายของวันนี้ ค่ำคืนได้ย่างกรายเข้ามา สายลมหนาวก้อเริ่มพัดแรงขึ้นๆ ดวงจันทร์ที่เคยทอแสงกระจ่างกลับถูกหมอกเมฆบดบังจนสิ้น! ราวกับจะกลั่นแกล้งนักเดินทาง คนเก่าที่เคยเป็นเจ้าของตะเกียง เค้าผู้นั้นไม่มีแม้แต่แสงไฟที่จะใช้ส่องทางและเช่นกัน เค้าไม่มีแม้กระทั่งความอบอุ่น นักเดินทางหนาวสั่นจะเดินต่อก็กลัว หลงทาง เค้าจึงย้อนกลับไปเอาตะเกียงดวงเก่าที่ได้ทิ้งไว้เมื่อคืนก่อน ... ลมหนาวได้ผ่านพัดมา ราวกับจะทรมานนักเดินทางผู้นั้น จนกระทั่งมาถึงจุดที่เขา ได้ทิ้งตะเกียงไว้ บัดนี้ตะเกียงดวงเก่าได้ สาปสูญไปแล้ว เค้านึกเสียดายจับใจ แม้จะเรียกร้องเพียงใดก้อมิได้กลับคืน จึงทำได้แต่เพียงนอนหนาว รอให้เมฆหมอกที่บดบังดวงจันทร์นั้นได้ผ่านเลยไป เวลาได้ผ่าน........ เมฆหมอกได้เลือนหายไปแล้ว แสงจันทร์ได้กลับมาสดใสอีกครา ทำให้นักเดินทาง ผู้เหน็บหนาวอุ่นใจขึ้น แต่ดวงจันทร์ก้ออยู่ไกลเกินไป....... ไกลเกินที่จะทำให้นักเดินทางผู้เหน็บหนาวได้รับความอบอุ่น เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า "เรามักจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราครอบครองนั้นดีเพียงไรมีคุณค่ากับเราเพียงใด เราจะรู้ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว" เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากให้ผู้ที่ใฝ่สูงทั้งหลายจงหันกลับมามองคนใกล้ตัว การชะเง้อมันเมื่อยกว่าการก้ม จริงไหม?

เพื่อเพื่อน

..ไหล่ของฉันมันไม่ได้มีความหมายเพียงเพื่อประคองหัวฉันไว้คนเดียวเท่านั้นแต่เพื่อน สามารถใช้มันเพื่อประคองหัวเพื่อนได้ด้วย..เสื้อของฉันไม่ได้มีไว้ห้อหุ้มร่างกายของฉันเพียงอย่างเดียวมันพร้อมจะเป็นที่เช็ดน้ำตา และที่สั่งขี้มูกของเพื่อนถ้าเพื่อนต้องการ..แขนของฉันไม่ได้มีไว้จูงหมาเดินเล่น แต่มันสามารถใช้ประคองเพื่อนเมื่อเพื่อนจะล้มแต่ถ้าเพื่อนล้มลงไปแล้ว ฉันก็ยังมีมืออีก 1คู่ไว้ช่วยฉุดเพื่อนขึ้นมา..ปากของฉันไม่ได้มีไว้เพื่อกินและพูดพล่ามทั้งวันหรอกนะแต่มีไว้พูดให้กำลังใจเพื่อนด้วยเมื่อถึงเวลาจำเป็น..ตาของฉันมีไว้เพียงเพื่อกระพริบขึ้นลงเสียเมื่อไหร่ฉันเอาไว้ใช้มัน มองสิ่งดีๆในตัวเพื่อนด้วยต่างหาก..ฟันของฉันก็ไม่ได้มีไว้กัดใครๆเขาแต่มีไว้เพื่อจะใช้มันประดับเหงือก ทุกครั้งฉันยิ้มให้เพื่อน..หูของฉันก็ไม่ได้มีไว้เพื่อเจาะรูแขวนเครื่องประดับแต่มันใช้ฟังเพื่อน เมื่อเพื่อนต้องการระบายอะไรออกมาให้ฉันฟัง..เท้าของฉันไม่ได้มีไว้สะสมกลิ่น... โอเค ถึงแม้มันอาจจะมีบ้างแต่ฉันจะใช้เท้า เพื่อเดินอยู่ข้างๆเพื่อนนี่แหละ จะไม่ไปไหนไกล..สมองของฉันอาจไม่ค่อยมีประโยชน์เวลาสอบนักก็จริงแต่มันจะทำงานหนัก เมื่อเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ..และหัวใจของฉันก็ไม่ได้มีไว้สูบฉีดเลือดเพียงอย่างเดียวแต่มันทำหน้าที่เก็บเพื่อนไว้ข้างในได้ด้วย...

วิ่งตามความรัก

สมัยตอนเป็นเด็ก.. จำได้ว่สในวิชาพละศึกษาคุณครูสั่งให้เราวิ่งรอบสนามกันคนละ 20 รอบ.. เพื่อจับเวลาของแต่ละคน ..แถมยังมีรางวัลมาล่อใจอีกด้วยว่า.. ใครเข้าเส้นชัยได้คนแรก..จะมีคะแนนพิเศษเพิ่มให้พอเริ่มออกสตาร์ท..ฉันก็สังเกตเห็นเพื่อนหลายคน ..พยายามจะเบียดตัวเอง..ขึ้นมาอยู่แถวหน้าสุด.. เพื่อที่จะได้เปรียบคนอื่นในช่วงออกตัวแล้วพอครูบอกว่า..วิ่งได้-เท่านั้นแหละ ..เพื่อนหลายคนของฉัน..ก็วิ่งปรู๊ดออกไปแบบไม่คิดชีวิตส่วนฉัน -- โน่น วิ่งอยู่หลังสุดไม่ได้ช้า..เพราะเหนื่อย ..หรือเพราะวิ่งไม่เก่ง ..แต่ฉันกำลังรู้สึกสนุกสนาน..กับการวิ่งจับเวลาซะเหลือเกิน ..เพราะฉันวิ่งไป- คุยไป ..กับเพื่อนซี้รู้ใจ..แบบไม่สนเวลา ..ฉันสนใจความสนุกสนาน..ระหว่างการวิ่งมากกว่าบางที..เห็นคนข้างหน้า..ที่วิ่งนำมาหลายรอบ..กำลังชะลอความเร็ว ..เพราะเหนื่อยหอบ ..ก็อดที่จะขอวิ่งแซงหน้าบ้างไม่ได้ ..หรือบางที..หันไปเห็นเพื่อนที่วิ่งรั้งท้ายตลอด..ก็จะพยายามวิ่งให้ช้าลง ..รอให้เขาวิ่งทัน..จะได้คุยไปด้วยกันหลายๆ คน….สนุกดีหรือบางที..รู้สึกไม่อยากแซงคนข้างหน้าขึ้นมาเฉยๆ..เพราะว่าวิ่งตามหลังเขา.. จะได้แอบนินทาเขาได้.. สนุกไปอีกแบบจะทำลายสถิติไหม ..ไม่รู้หรอก..รู้แต่ว่า..วิ่งช้าๆ-มันไม่เหนื่อยเร็ว ..และขอแค่วิ่งให้ถึงเส้นชัย..ก็พอ**คงคล้ายคล้าย..กับ 'ความรัก' ..กระมังทุกคน..มี 'เส้นชัย' ของตัวเอง ..มีสถิติ-ที่ตัวเองพอใจแต่..คนที่เข้าเส้นชัยก่อน ..ใช่ว่า..จะคว้า 'ความรักที่ดี' ได้ก่อนเสมอไป ..และสถิติที่ดี.. ก็ไม่ได้การันตีว่า.. 'ความรัก' จะสมบูรณ์แบบในขณะที่..สังคมทุกวันนี้..ปลูกฝังให้เราวิ่งแซงคนอื่น ๆ เสมอ ..สอนว่า...อย่าพยายามให้ใครแซงหน้า..เพราะนั่นหมายถึง.. ทำให้เราพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไปแต่..สังคมของ 'ความรัก' ..สอนให้คนรู้จักผ่อนจังหวะก้าว..ให้ช้าลง ..แต่หนักแน่นขึ้นโลกภายนอก..บอกให้เรารู้ว่า ..'อย่าวิ่งตามใคร..ถ้าไม่แน่ใจว่า..จะตามเขาได้ทัน ..เพราะมันเสียแรงเปล่า.. และโง่เหลือเกิน'แต่.. 'โลกของความรัก' ..ใครอีกหลายคน...สมัครใจที่จะเป็น 'คนโง่'.. เพื่อวิ่งตาม 'คนที่ตัวเองรัก' ให้ทัน..ทั้งที่รู้แก่ใจว่า.. 'ไม่มีวันนั้น'………………………………เพื่อนรักคนหนึ่งของฉัน.. มี 'เส้นชัย' ..ในหัวใจของเธอเองคนรักของเธอ..เป็นนักวิ่งฝีเท้าดี ..เพราะตั้งแต่อยู่กันมา ..เขาออกวิ่งก่อนเธอเสมอ ..ไม่เคยบอกล่วงหน้า.. และไม่เคยชะลอความเร็วลงเลย ..แต่ความเร็วของเขา..ก็ไม่มากไปกว่า.. 'ความรัก' ที่เธอมี'ความรัก' ทำให้เธอวิ่งเร็วขึ้น.. ใกล้เขามากขึ้น..และไม่ยอมปล่อยให้เขาทิ้งระยะ..จนคลาดสายตาเธอแต่..เมื่อเกือบที่จะถึงตัวเขา ..เธอก็จะเลือกที่จะ 'วิ่งให้ช้าลง'..ราวกับว่า..จะวิ่งเหยาะๆ ..ตามเขาไปเรื่อยๆเธอแซงหน้าเขาได้ ..แต่เธอไม่ทำ..แม้แต่จะวิ่งให้ทันเขา-ในแนวเดียวกัน ..เธอก็ทำได้..แต่เธอไม่ทำ'เหตุผล' ..ที่ฟังดูเหมือนง่ายของเธอ..ทำเอาใจฉันนิ่งงัน'ถ้าวิ่งให้ทันเขา ..หรือแซงหน้าเขาไป ..ฉันก็คงมองไม่เห็นเขาในชีวิตอีกแต่ถ้าฉันวิ่งตามเขาห่างๆ แบบนี้ ..เท่ากับว่า..ฉันยังได้เห็นความเป็นไปของเขา ..ยังมีเขาอยู่ในสายตา ..ในชีวิตแม้ว่า..เขาจะไม่เคยหันหลังกลับมา.. แล้ววิ่งให้ช้าลงเลย..ก็ตาม''แล้วทำไม..ไม่เข้าใกล้เขากว่านี้ ..ทำไมต้องเว้นระยะห่างแบบนี้ด้วย.. เธอเป็นคนรักของเขานะ'คำถามของฉัน..ทำให้แววตาของเพื่อนรัก..ปรากฏรอยเศร้า … แต่ปากยิ้ม'ฉันกลัวเขารู้ตัว.. แล้ววิ่งหนีฉันไป-ไกลยิ่งกว่านี้ ..ถึงวันนั้น..ฉันอาจเหนื่อยจนหมดแรง..ที่จะวิ่งตามอีกต่อไปแล้วห่างแบบนี้ดีกว่า ..ฉันได้เห็นเขา ..มันอุ่นใจ ..หรือถ้าวันหนึ่ง..เขาล้มลง… ฉันจะได้วิ่งเข้าไปช่วยพยุงได้ทันและถ้ามันจะทำให้เขาเห็น 'ความจริงใจ' ของฉัน ..เขาอาจจะชวนฉันวิ่งไปพร้อมกันอีกครั้ง.. ถ้าเขาหายดีแล้ว'**ความรัก..ทำให้คนมีความหวัง..อยู่เสมอในขณะเดียวกัน ..มันก็ทำให้คนบางคน 'โง่งมงาย' เสียเต็มประดาถ้าเพื่อน..เลือกที่จะวิ่งออกนอกเส้นทาง.. แล้วไปตั้งต้นใหม่..กับ 'ใครสักคน' ที่เขาพร้อมจะวิ่งไปกับเพื่อน..ป่านนี้เพื่อนของฉัน..คงเข้าเส้นชัยไปนานแล้วแต่..เพื่อนยังคงเต็มใจ..ที่จะวิ่งตามเขาไปเรื่อยๆแม้ว่าบางที..อาจจะไม่มีวันนั้น .. วันที่เพื่อนเข้า.. 'เส้นชัยแห่งความรัก'เพราะบางที….. 'เส้นชัย' ..อาจไม่มีความหมายต่อคนบางคน..หากว่า..เขาเข้าเส้นชัย ..แต่ได้ทำ 'หัวใจ' หล่นหายไป..ระหว่างทางเมื่อ 'ความสุข' คือ… การโง่ที่จะรักและวิ่งตามในสังคมของความรัก… ฉันจึงมองเห็นคนที่ 'วิ่งช้า'..และปรารถนาจะเป็น 'ผู้ตาม' ด้วยความเต็มใจ..อยู่เสมอความรัก ..ไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตแต่ .. 'ความรัก' ..เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิต....มีค่ามากที่สุด**ตอนนี้..ก็คงจะพอรู้..ถึงความรู้สึกของ 'การวิ่งตาม' ..บ้างแล้วนะ.....อยากเป็น 'คนวิ่งตาม'...โดยที่ไม่รู้จักเหนื่อยบ้าง..เหมือนกัน

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2552

++++++++ ความแตกต่างระหว่างมัธยมกับมหาวิทยาลัย ++++++++++++ เรา...ได้อะไรหลายอย่างจากการเข้าแถวเคารพธงชาติ แม้...มหาวิทยาลัยจะเปิดเพลงชาติเสียงดังเพียงใดก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังยืนเข้าแถวกันเป็นห้อง เรา...รู้อะไรหลายอย่างจากกิจกรรมรักการอ่าน แม้...เราจะจดและบันทึกความรู้ในมหาวิทยาลัยจะมีมากมายเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องส่งอาจารย์ เรา... นั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร แม้...โรงอาหารที่มหาวิทยาลัยจะใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เรา...เดินไปเรียนด้วยกัน แม้...ตึกและห้องเรียนในมหาวิทยาลัยจะหรูหรายิ่งใหญ่เพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะนั่งเรียนอยู่ทุกคน เรา...พูดคุยเสียงดังโหวกเหวกเมื่ออยู่ในห้องเรียน แม้...ในมหาวิทยาลัยเราจะพูดคุยเสียงดังเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะได้ยิน เรา...กลับบ้านทุกเย็นหลังโรงเรียนเลิก แม้...บ้านเราจะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพียงไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุดจะได้กลับบ้านทุกวัน เรา...นัดไปเที่ยวกันในวันหยุด แม้...ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะนัดเพื่อนไปได้ครบทุกคน ถึงแม้กล้องดิจิตอลในมือถือเราจะมีความละเอียดสูงสุดถึง 10 ล้านพิกเซล ก็ไม่ได้ความว่าจะเก็บภาพเพื่อนๆ ได้ทุกคนพร้อมๆ กัน +รักเพื่อนๆทุกๆคนน่ะ+++++++